เลนส์โปรเกรสซีฟ Hoyalux iD Lifestyle 3

เลนส์โปรเกรสซีฟ Hoyalux iD Lifestyle 3

Regular price30,000.00 ฿
/

Hoyalux Lifestyle3
ลนส์โปรเกรสซีฟที่จะทำให้คุณปรับตัวได้อย่างง่ายดายเหมือนนับ 1 2 3 !

เลนส์โปรเกรสซีฟ Hoyalux iD Lifestyle 3 โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ช่วยให้ผู้สวมใส่เลนส์โปรเกรสซีฟ สามารถปรับตัวได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้งานสามารถเลือกแบบโครงสร้างของเลนส์โปรเกรสซีฟที่เหมาะสมกับตัวเองได้ โดยมีให้เลือกถึง 3 รูปแบบได้แก่

1.Lifestyle 3 Indoor เน้นให้การมองเห็นในระยะใกล้ที่กว้างและสบายตามากกว่า
2.Lifestyle 3 Urban ให้พื้นที่การมองเห็นเท่ากันทั้งระยะไกล ระยะกลาง ระยะใกล้
3.Lifestyle 3 Outdoor เน้นให้การมองเห็นระยะไกลที่กว้างและชัดเจนมากกว่า

เทคโนโลยีหลักในเลนส์โปรเกรสซีฟ Hoyalux iD Lifestyle 3

  • Binocular Eye Model การออกแบบโครงสร้างเลนส์ที่คำนึงถึงลักษณะการทำงานร่วมกันของดวงตาทั้งสองข้างช่วยเพิ่มมุมมองการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น
  • iD Freeform Design Technology เทคโนโลยีการขัดผิวเลนส์ด้วยเทคโนโลยีฟรีฟอร์มทั้งผิวหน้าและผิวหลังของเลนส์ ช่วยเพิ่มความละเอียดลดการสั่นไหวของภาพได้มากยิ่งขึ้นของให้มากขึ้นและทำให้ผู้สวมใส่เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรกปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
  • View Xpansion เพิ่มพื้นที่การมองเห็นบริเวณด้านข้างของเลนส์
  • Stable View Enhancer ลดการสั่นไหวของภาพ เหมาะสำหรับคนที่ทำกิจกรรมต้องเคลื่อนไหวบ่อยๆ
  • Binocular Harmonisation ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองภาพด้านลึกและช่วยเพิ่มความสบายของระบบการมองภาพสองตา
  • Position of Wear คำนึงถึงตำแหน่งของกรอบแว่นเมื่อสวมใส่จริงเพื่อการมองเห็นที่รู้สึกสบายตายิ่งขึ้น

1.50 1.60 1.67 1.74 …ตัวเลขกำกับเหล่านี้ที่เราเห็นกันในขณะเลือกชมสินค้าประเภทเลนส์แว่นตา เราเรียกว่า Refractive Index ของเลนส์ หรือถ้าให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ก็เปรียบเสมือนกับ “วัสดุ” ที่นำมาใช้ในการผลิตเลนส์

แรกเริ่มเดิมที วัสดุหรือน้ำยาสารตั้งต้น เหล่านี้เป็นของเหลว ก่อนที่จะถูกหลอมขึ้นเป็นชิ้นเลนส์ แต่ก็มีวัสดุบางชนิดที่สารตั้งต้นเป็นของแข็ง เช่น Polycarbonate ซึ่งเป็นวัสดุสำหรับทำเลนส์นิรภัย

น้ำยาหรือวัสดุที่นำมาใช้ก่อนหลอมเป็นเลนส์มีด้วยกันอยู่หลายชนิดได้แก่ 

CR39 , MR8 , MR7 , MR174 หรืออาจจะมีชื่ออื่นๆแล้วแต่บริษัทที่คิดค้นน้ำยาขึ้น

แต่ละวัสดุเมื่อถูกหล่อขึ้นมาเป็นเลนส์จะมีคุณสมบัติของเลนส์ที่ต่างกันในแง่กำลังการหักเหแสง และความหนาบางของเลนส์ที่ได้

วัสดุ CR39 เมื่อถูกหล่อขึ้นมาเป็นชิ้นเลนส์จะมีค่ากำลังการหักเหแสงที่ 1.5 หรือเป็นค่ามาตรฐาน

ในขณะที่ วัสดุ MR174 เมื่อถูกหล่อขึ้นเป็นชิ้นเลนส์จะทำให้เลนส์ชิ้นนั้นมีค่ากำลังการหักเหแสงที่ 1.74 ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่า

Credit Picture https://www.optometrists.org/general-practice-optometry/optical/guide-to-optical-lenses/guide-to-high-index-lenses/

เลนส์ที่มีกำลังการหักเหแสงที่มากกว่าจะทำให้เลนส์ชิ้นนั้นมีความหนาเลนส์ที่น้อยกว่าหรือบางมากขึ้น

  1. วัสดุ CR39 เมื่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเลนส์แล้วจะทำให้เลนส์มีดัชนีหักเหแสง Index 1.50 ความหนาของเลนส์อยู่ในระดับมาตรฐาน
  2. วัสดุ MR8 เมื่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเลนส์แล้วจะทำให้เลนส์มีดัชนีหักเหแสง Index 1.60 ความหนาของเลนส์จะมีความบางมากขึ้น 20% เมื่อเทียบกับเลนส์ที่ดัชนีหักเหแสง index 1.50
  3. วัสดุ MR7 เมื่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเลนส์แล้วจะทำให้เลนส์มีดัชนีหักเหแสง Index 1.67 ความหนาของเลนส์จะมีความบางมากขึ้น 30% เมื่อเทียบกับเลนส์ที่ดัชนีหักเหแสง index 1.50
  4. วัสดุ MR174 เมื่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเลนส์แล้วจะทำให้เลนส์มีดัชนีหักเหแสง Index 1.74 ความหนาของเลนส์จะมีความบางมากขึ้น 40% เมื่อเทียบกับเลนส์ที่ดัชนีหักเหแสง index 1.50

สรุปและทำความเข้าใจง่ายๆได้ว่ายิ่ง ดัชนีหักเหแสงยิ่งมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เลนส์ที่ได้จะมีความบางและเบามากขึ้น

Tips

  • เลนส์ที่มีค่า Index 1.50 เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาไม่มาก รวมถึงผู้ที่เลือกใช้กรอบประเภทกรอบเต็ม
  • เรามักเรียกเลนส์ที่มีค่า Refractive index สูงว่า เลนส์ย่อบาง เลนส์ย่อบางเหมาะสำหรับคนที่มีค่าสายตามากๆ เพื่อให้เวลาที่นำเลนส์เข้ากรอบแล้วตัวเลนส์ไม่ล้นออกนอกกรอบแว่นตา และช่วยทำให้ตัวแว่นนั้นมีน้ำหนักไม่หนักจนเกินไป
  • การเลือกกรอบแว่นตาก็เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเลือก Index ของเลนส์เช่นกันโดยเฉพาะผู้ที่ใช้กรอบแว่นตาชนิดไร้กรอบ หรือ กรอบเซาะร่อง อาจจะต้องพิจารณาใช้วัสดุเลนส์ Index 1.60 ขึ้นไปเนื่องจากตัวเลนส์จะมีความแข็งแกร่งที่มากกว่าวัสดุเลนส์ Index 1.50 การเลือกวัสดุเลนส์ Index 1.60 ขึ้นไปจะลดความเสี่ยงในการเกิดการกระเทาะแตกของเลนส์ได้

Recently viewed